หลังจากคว้าแชมป์แรกภายใต้การคุมทีมของมูรินโญ่ได้แล้ว เรอัล มาดริด ในยุคกาลาติกอซ 2 ก็ทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกเหนือบาร์เซโลน่าในยุคการคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้สำเร็จ ในฤดูกาล 2011 – 2012 รวมไปถึงเข้ารอบรองชนะเลิศบอลถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน

จบตำนานกาลาติกอซเรื่องราวเป็นมาอย่างไรไปชมเลย

ถึงแม้ผลงานโดยรวมจะดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับทีมที่ต้องการเป็นแชมป์อย่างเรอัล มาดริด หลังจากได้คุยเรื่องสัญญา มาดริดตัดสินใจแยกทางกับมูรินโญ่ หลังจบฤดูกาล 2012-2013 ท่ามกลางข่าวลือหนาหูที่ว่า เขามีปัญหากับผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่าง อิเกร์ กาสิยาส, เซอร์คิโอ รามอส และเปเป้


Success

ส่วนคนที่เข้ามารับช่วงต่อจากมูรินโญ่อย่างคาร์โลอันเชลอตติ ก็ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาครั้งใหญ่กับแกแร็ตเบลล์ปีกตีนจรวดจากสเปอร์ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกขณะนั้นในราคา100ล้านยูโร และก็ดูเหมือนกาลาติกอซ2จะเจอจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย แม้จะไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้แต่มาดริดภายใต้การทำทีมของ อันเชล็อตติกลับทำผลงานในบอลถ้วยในอย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถคว้าชัยชนะเหนือบาร์เซโลน่าไปได้ในศึกโกปาเดย์เรย์ ด้วยประตูสุดสวยของแกแร็ต เบลล์และเอาชนะอริร่วมเมืองอย่างแอตแลนติโกมาดริดในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ส่งผลให้พวกเขาได้เป็นทีมที่ดีที่สุดในยุโรปอีกครั้ง หลังจากไม่ได้สัมผัสถ้วยนี้มาตั้งแต่ปี 2002

เบลล์, เบนเซม่า, โรนัลโด้ การเป็นสามประสานแดนหน้าสุดอันตรายจนได้ฉายา BBC จากหลายๆ สำนักข่าว และสามารถเอาชนะเซบีญาในศึกยูฟ่า ซูปเปอร์คัพ ไปได้อย่างงดงาม แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปรวดเร็วเสมอ หลังจากคว้าแชมป์ซูปเปอร์คัพได้ มาดริดก็ร้างลาจากถ้วยแชมป์ไป จนกระทั่งจุดเปลี่นสำคัญก็ได้มาถึงอีกครั้ง


Turning Point

เรอัลมาดริดได้ตัดสินใจปลดราฟาเอลเบนิเตซ กุนซือชาวสเปนออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งซีเนดีนซีดานอดีตตำนานนักเตะของสโมสร ร่วมถึงเป็นนักเตะในทีมกาลาติกอซยุคแรกมาคุมบังเหียนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ซีดานหักปากกาเซียนทุกสำนักโดยการพาทีมคว้าชัยชนะเหนือแอตแลนติโก มาดริดในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และส่งให้กลายเป็นเจ้ายุโรปสมัยที่ 11 และเป็นจุดเริ่มต้นตำนานที่อยากจะทำตาม

มาดริดภายใต้การทำทีมของซีดานประสบความสำเร็จในแบบที่ไม่มีทีมใดทำได้มาก่อน โดยเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้สำเร็จ ด้วยการคว้าชัยชนะเหนือยูเวนตุส ยอดทีมแห่งอิตาลีไปได้อย่างไม่อย่างเย็น 4-1 รวมไปถึงการคว้าแชมป์ลีกตัดหน้าคู่แข่งบาร์เซโลน่าและแอตแลนติโก มาดริดไปได้ในขณะที่ยังเหลือการแข่งขันอีกหนึ่งนัด

มาดริดในยุคซีดานยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นโค้ชคนแรกที่สามารถพาทีมคว้ายูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากพาเรอัลคว้าชัยชนะเหนือลิเวอร์พลูในนัดชิงไปด้วยสกอร์ 3-1


The End of Era

หลังจากพาทีมสร้างตำนานซีดานประกาศอำลาจากการเป็นโค้ชเรอัลมาดริด โดยให้เหตุผลว่าทีมต้องการ การเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการย้ายออกของซูปเปอร์สตาร์ยังคริสเตียโนโรนัลโด้ ที่เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ด้วยการย้ายไปเล่นให้กับยูเวนตุส ถือเป็นการปิดตำนานกาลาติกอส2 อย่างงดงาม
ในโลกของฟุตบอลทีมที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยต่างๆมากมาย การใช้เงินแก้ปัญหาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องให้เวลาโค้ชเข้าใจคนในทีม นักเตะเข้าใจในแทคติกและสามารถเล่นให้เข้าขากันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กาลาติกอซในยุคแรกไม่มี แต่เป็นสิ่งที่กาลาติกอซยุคหลังมี!


เรื่องราวการจบลงของกาลาติกอซนี้มีทั้งช่วงเวลาที่ดีน่าจดจำ และเรื่องที่เป็นช่วงผิดหวังที่ถูกบันทึกผ่านวงการฟุตบอลซึ่งเชื่อว่าเป็นสีสันที่แฟนบอลจะไม่ลืมในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังแน่นอน โดยหากท่านชื่นชอบบทความฟุตบอลตำนานเหล่านี้ติดตามต่อได้ที่ nova88-thai.com