รวมแทคติกฟุตบอลเคยสงสัยไหมว่า? อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการคว้า‘ชัยชนะ’บนสังเวียนสนามหญ้า
บางคนอาจตอบ‘สุดยอดตัวรุกที่แปรเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ทุกเมื่อ’
บางคนอาจตอบ‘สุดยอดแดนกลางที่ควบคุมการเล่นของทีมได้อย่างลื่นไหล’
บางคนอาจตอบ‘สุดยอดแผงหลังที่แนวแน่นไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ทำประตู’
หรือบางคนอาจตอบ‘ผู้เล่นคนที่12ที่ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจอยู่ข้างสนาม’
แน่นอนว่าไม่มีคำตอบไหนที่ถูกที่สุดและไม่มีคำตอบไหนที่ผิดแต่ละคนก็ต่างมีความคิดที่ต่างกันออกไป

แต่ในความคิดของผมปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการคว้าชัยชนะก็คือ‘แทคติก’
‘แทคติก’คือสิ่งที่ทำให้นักฟุตบอลสมัครเล่นแตกต่างจากนักบอลมืออาชีพ
‘แทคติก’คือสิ่งที่ทำให้นักเตะธรรมดาเล่นฟุตบอลได้เท่าเทียมกับนักเตะพรสวรรค์
‘แทคติก’คือสิ่งหล่อหลอมให้นักเตะต่างพื้นเพต่างภาษาทั้ง11คนเล่นด้วยกันเป็นทีมได้
‘แทคติก’คือสิ่งที่กำหนด‘จังหวะ’และสรรสร้าง‘ท่วงทำนอง’ของเกม
‘แทคติก’คือสิ่งที่แปรพันและน่าเรียนรู้และนี่ก็คือสุดยอด‘แท็กติก’ที่เคยสั่นสะเทือนวงการลูกหนังมาแล้ว!!!

รวมแทคติกฟุตบอล5สูตรแห่งวงการลูกหนัง

1.TheCombinationGameต้นตำรับแทคติกฟุตบอล

‘แทคติก’สิ่งที่เป็นตัวกำหนดแนวทางการเล่นของนักเตะและสโมสรปัจจุบันมีแทคติกต่างๆเกิดขึ้นมากมายบางแทคติกถูกลืมหายไปตามกระแสเวลาบางแทคติกได้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดข้อด้อยให้เหลือน้อยที่สุดนี่ยังไม่นับรวมรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่ทำให้‘แทคติก’เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินผู้ชนะในสนาม ในบทความนี้ผมจึงอยากจะพาผู้อ่านเราทุกท่านเจาะเวลาย้อนอดีตไปพบกับแทคติกสุดคลาสสิคที่ถือว่าเป็น‘ต้นตำรับ’และ‘พื้นฐาน’ให้กับโมเดิร์นฟุตบอล‘TheCombinationGame’

TheCombinationGame(การเล่นที่ผสมผสานระหว่างการจ่ายบอลและการเลี้ยงบอล) เรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบคือคำจำกัดสั้นๆของแทคติกนี้โดยหลักการสำคัญของแทคติกนี้คือการเล่นที่ผสมผสานระหว่างทีมเวิร์คความเข้าขากันของผู้เล่นในทีมของผู้เล่นในทีมให้เข้ากับสไตล์การเล่นที่หลากหลายเน้นการส่งบอลจ่ายบอลมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดสุดพื้นฐานแต่สามารถเห็นผลจริง

ที่มาของแทคติก ในจุดเริ่มต้นของวงการลูกหนังสิ่งที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าของนักเตะส่วนมากก็คือเทคนิคการเลี้ยงเพื่อไปทำประตูตำนานนักเตะลูกหนังอย่างเปเล่หรือมาราโดน่าจึงเป็นชื่อที่คนจดจำและได้รับการยอมรับในวงกว้างและทำให้เกิดแนวคิดพื้นฐานกับนักเตะในอดีตที่ว่านักเตะที่ดีคือนักเตะที่สามารถเลี้ยงบอลและครองบอลเก่ง

จนกระทั่งQueensParkFCแห่งศึกสกอตติชพรีเมียร์ลีกในช่วงยุค1970sได้ใช้แทคติก‘TheCombinationGame’ในศึกFACupแมตซ์การแข่งขันกับWandererการเล่นที่เป็นระบบแบบแผนและมีความหลากหลายของทีมสร้างความประทับให้กับผู้ชมและคู่แข่งอย่างมากถึงแม้ว่าการแข่งขันจะจบลงไปด้วยสกอร์0-0แต่ก็ทำให้แทคติกเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ยุคเฟื่องฟู เมื่อแทคติกของQueen’sParkเริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้นแน่นอนว่าเพื่อนร่วมลีกจึงต้องศึกษาและปรับตัวแทคติกนี้จึงเป็นที่รู้จักในสกอตติชพรีเมียร์ลีกในวงกว้างและถือว่ามีเป็นส่วนสำคัญทำให้ที่ทีมชาติสก็อตแลนด์ในยุคนั้นคว้าชัยชนะเหนืออังกฤษไปได้ถึง10เกมและแพ้ไปเพียงแค่2เกมเท่านั้น
บทบาทและแทคติกTheCombinationGameเพิ่มขึ้นเริ่อยๆจนกระทั่งมีทีมจากลีกอังกฤษเริ่มหันมาศึกษาและนำมาปรับใช้อย่างจริงจังทำให้แทคติกนี้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมาจนถึงปัจจุบันซึ่งสโมสรดังๆที่ประสบความสำเร็จโดยมีพื้นฐานมาจากแทคติกนี้มีมากมายอาทิลิเวอร์พลู,แอสตันวิลลา,แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส,ฟูแล่ม,เซาแทมป์ตัน,ฟูแล่มหรือแม้กระทั่งอาร์เซน่อล

ข้อดี-ข้อเสียของTheCombinationGame แนวทางการเล่นที่หลากหลายรูปแบบประกอบการฝึกแบบเน้นทีมเวิร์คและการเล่นการอย่างเข้าขาของผู้เล่นในทีมถือเป็นสิ่งที่ทำให้แทคติกได้เปรียบคู่แข่งแต่ก็มีข้อเสียอยู่คือไม่มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดทำให้คู่แข่งสามารถวางแผนรับมือแก้ทางได้ง่าย



2.TheFalse9(เพชรฆาตลวงตา)

ในอดีตกองหน้าคือตำแหน่งที่ถูกจัดให้อยู่บนจุดสูงสุดในพื้นสนามหญ้าหน้าที่และเป้าหลักของศูนย์หน้าคือการนำบอลจากเพื่อนร่วมทีมให้ไปฝากไว้ในตะข่ายของฝ่ายตรงข้ามให้ได้กองหน้าที่ดีจึงต้องมีทักษะการจบสกอร์ที่เฉียบคมประคองบอลได้หาพื้นที่ได้สลัดตัวประกบฝ่ายตรงข้ามให้หลุดและที่สำคัญที่สุดต้องแบกรับความกดดันได้ดีทำให้กองหน้ามักถูกเรียกขานกันว่า‘เพชรฆาต’ประจำทีม

แต่ในเกมการแข่งขันจริงตำแหน่งที่ได้จับบอลน้อยครั้งที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกองหน้าเพราะจะต้องถูกจับตาและโดนตามประกบอยู่ทุกฝีเก้าบางแมตซ์กองหน้าอาจจะไม่มีโอกาสได้จับบอลเลยด้วยซ้ำเมื่อเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆบ่อย‘แทคติก’จึงเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บทบาทหน้าที่ของกองหน้าเปลี่ยนไปและแทคติกที่หลายๆทีมยังคงเลือกใช้จวบจนถึงปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น‘TheFalse9’เพชรฆาตลวงตา

ที่มาของแทคติก ในอดีตตัวเลขบนเสื้อของนักฟุตบอลนั้นเปรียบเสมือนตัวกำหนดบทบาทและหน้าที่แต่ละคนเช่นผู้รักษาประตูมักจะส่วมเสื้อเบอร์1เซ็นเตอร์แบ็กมักจะส่วมเสื้อเบอร์2หรือ3ในส่วนของกองหน้าตัวเป้านั้นมักจะนิยมใช้เบอร์9แต่เมื่อแทคติคคือการหลอกลวงคู่แข่งโดยใช้กองหน้าให้ลงมายืนในช่วยทำหน้าที่เป็นมิลฟิลด์ตัวเลขบนเสื้อจึงเปรียบเสมือนเป็นตัวเลขหลอกจนเป็นที่มาของชื่อแทคติกTheFalse9นั่นเอง

โดยแทคติกFalse9นั้นเริ่มใช้กันมาตั้งแต่ยุค1930sโดยทีมชาติออสเตรเลียที่ใช้ศูนย์หน้าอย่างแมทเธอุสซินเดอลาร์ในการลงมาเก็บบอลแดนกลางและทำให้แผงหลังตู่ต่อสู้ปั่นป่วนจนทำให้ทีมจากหลายๆเริ่มหันมาศึกษาและปรับใช้แทคติกนี้กันอย่างแพร่หลายมากึ้น

ยุคเฟื่องฟู เมื่อพูดถึงแทคติกFalse9นักเตะที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆก็คงจะหนีไม่พ้นลีโอเนลเมสซี่อัจฉริยะลูกหนังชาวอาเจนไตน์แห่งทีมบาร์เซโลน่าหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของโลกหรือเจ้าชายหมาป่าฟรานเชสโก้ต็อตติตำนานแห่งทีมโรม่ายักษ์ใหญ่ในศึกกัลโซเซเรียอาแต่ในอดีตก็ยังมีอีกหลายทีมที่ประสบความสำเร็จกับแผนนี้โดยเช่นทีมชาติฮังการียุคเฟื่องฟูที่ใช้นันดอร์ไฮกุลตี้ยืนต่ำในเจอต้องพบกับทีมชาติอังกฤษและถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ในช่วง1–2ทศวรรษมาผ่านมาแทคติกFalse9นั้นถือว่าเป็นแทคติกที่หลายๆทีมนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายโดยผู้ที่ทำให้แทคติกประสบความสำเร็จก็มีหลายรายอาทิเซอร์อเล็กเฟอร์กูสันปรมกุนซือแห่งทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ตที่สร้างระบบโดยใช้ผู้เล่นอย่างคริสเตียโนโรนัลโด้,เวนย์รูนี่และคาร์ลอสเตเบซหรืออาร์แซนเวนเกอร์ที่ใช้โรบินฟานเพอร์ซีย์และเป๊ปกวาร์ดิโอล่าที่ใช้แทคติกนี้โดยให้อิสระการเล่นกับเมสซี่ไม่ต้องยืนตำแหน่งประจำใดๆเลยเพื่อสร้างพื้นที่การเล่นและเพิ่มโอกาสในเกมการบุกให้มากขึ้น

ข้อดี–ข้อเสียของTheFalse9 สิ่งที่ทำให้แทคติกนี้ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนานก็เพราะเป็นแผนที่สร้างความสับสนให้กับแผงหลังของคู่ต่อสู้ได้ดีว่าจะเลืแกตามประกบศูนย์หน้าหรือยืนคุมโซนได้ตามแผนที่วางไว้นอกจากนี้แทคติกFalse9ยังทำให้รูปแบบการบุกมีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วยแต่ก็มีข้อเสียสำคัญคือต้องใช้นักเตะที่มีพรสวรรค์สูงและสร้างสรรค์โอกาสเองได้เพราะอย่าลืมว่าแทคติกนี้เป็นเหมือนการทำให้เพชรฆาตทิ้งดาบแล้วหันมาจับปืนแทนถ้ายิงไม่แม่นก็ไม่สามารถปิดบัญชีคู่ต่อสู้ได้!



3. Catenaccio(ปราการเหล็กแห่งอิตาลี)

‘ถ้าไม่เสียประตูยังไงก็ไม่มีทางที่จะแพ้’หลักการที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังคือแทคติกที่หลายสโมสรทั่วโลกเลือกใช้โดยเฉพาะสโมสรเล็กๆที่ความสามารถเฉพาะตัวไม่สูงมากการเล่นเกมรับจึงเป็นแทคติกที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุดโดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่ๆหรือสโมสรใหญ่ๆก็นิยมแทคติกนี้เพื่อเน้นผลการแข่งขัน

Catenaccioนั้นถือเป็นแทคติกที่ถูกยกย่องว่าหนึ่งในแทคติกที่ดีที่สุดในโลกแทคติกหนึ่งโดยหลักการสำคัญของการเล่นสไตล์นี้ก็คือบีบช่องทางการส่งบอลของคู่ต่อสู้ประกบคู่ต่อสู้ให้เล่นยากเพิ่มปราการหลังตัวสุดท้ายให้แน่นขึ้นไปอีกขั้น(Sweeper)และรอเล่นแผนสวนกลับเพื่อทำประตูฝ่ายตรงข้าม
ที่มาของแทคติก

กัลโซเซเรียอาอิตาลีถือลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับที่แน่วแน่นโดยแทคติกCatenaccioก็มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลีนี่เองโดยผู้ที่ใช้แทคติกนี้เป็นคนแรกก็คือคาร์ลแรปเพนโค้ชชาวออสเตรียแห่งทีมU.S.Triestinaที่เป็นผู้ริเริ่มและค่อยๆมีการใช้อย่างแพร่หลายต่อมาโค้ชชาวอาร์เจนติน่าอย่างฮีเรนีโอเฮอร์เรร่าก็ได้พัฒนาแทคติกCatenaccioมาใช้กับทีมอย่างอินเตอร์มิลานแต่ปรับเปลี่ยนสไตล์ให้รัดกุมยิ่งขึ้นโดยกำหนดหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนคือประกบเป้าหมายแย่งบอลและทำเล่นเกมสวนกลับ

ยุคเฟื่องฟู แทคติกCatenaccioของเฮอร์เรร่านั้นประสบความสำเร็จอย่างมากโดยสามารถนำทัพอินเตอร์คว้าแชมป์เซเรียอาได้ถึง3สมัยและแชมป์ยูโรเปี้ยนแชมเปี้ยนชิพอีก2สมัยถือเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของแผนนี้ จาความสำเร็จนี้เองทำให้หลายๆทีมในลีกเริ่มปรับมาใช้แทคติกนี้กันมากขึ้นในช่วงยุค1960sอย่างไรก็ตามเมื่อหลายสโมสรเริ่มหันมาใช้แทคติกนี้กันมากขึ้นทำให้แกนแนวคิดที่สำคัญอย่างการเล่นสวนกลับกลับถูกลบเลือนไปแม้จะสามารถป้องกันประตูได้แต่ก็ไม่สามารถทำประตูคู่แข่งได้เช่นกันจึงทำให้แทคติกนี้ค่อยๆถูกลดบทบาทลงแต่ก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานฟุตบอลสไตล์‘อิตาลี’

Catenaccioนั้นแม้จะไม่มีประสิทธิภาพเหมือนในสมัยก่อนแต่ก็ถือเป็นพื้นฐานแทคติกที่นักเตะอิตาลียึดมั่นจนทั่วโลกต่างให้การยอมรับว่าทีมชาติอิตาลีนั้นเป็นทีมที่มีเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุดในโลกและได้รับฉายา‘ปราการเหล็ก’โดยมีขุมกำลังที่ถูกยกย่องว่าเป็นแผงหลังที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่างเปาโลมาดินี่,อเล็กซานโดรเนสต้า,ฟาบิโอคันนาวาโร่เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จ

ข้อดี–ข้อเสียของCatenaccio เกมรับที่แข็งแกร่งประกอบการโต้กลับที่มีประสิทธิภาพทำให้แทคติกนี้เป็นแทคติกที่สามารถกำหนดผลสกอร์และรูปเกมได้ดีหากอยู่ในสโมสรที่เน้นเกมรับแต่แทคติกนี้ก็มีข้อเสียอยู่คือหากเสียประตูเร็วหรือโดนคู่แข็งเจาะทำสกอร์ได้ไวแผนนี้ก็แทบจะไร้ประสิทธิภาพทันทีที่สำคัญคือนักเตะต้องอาศัยสมาธิในการเล่นที่ค่อนข้างสูงซึ่งข้อจำกัดนี้เองจึงทำให้แผนนี้ถูกเลือกใช้เฉพาะกับเกมสำคัญๆเท่านั้น


4. TotalFootball(ฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบ)

ถ้าจะถามว่าแทคติกไหนคือแทคติกที่คนทั่วโลกยอมรับและถือเป็นหนึ่งในแทคติกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการลูกหนังคำตอบก็คงหนีไม่พ้นTotalFootballแทคติกที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการฟุตบอลย่างแท้จริง หลักการพื้นฐานของTotalFootballไม่ยุ่งยากซับซ้อน

แต่ทำตามได้ยากคือความยืดหยุ่นที่นักเตะสามารถปรับเปลี่ยตำแหน่งและเล่นได้ทุกที่บนพื้นสนาม(ยกเว้นผู้รักษาประตู)ด้วยการเล่นอย่างรวดเร็วและมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างผู้เล่นตลอดเวลาจึงทำให้แทคติกนี้ถือเป็นแทคติกที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมและสร้างความปั่นป่วนให้กับคู่แข่งเป็นอย่างมาก

ที่มาของแทคติก TotalFootballนั้นได้มีการเริ่มใช้มาตั้งแต่ช่วงยุค1950sโดยมีแจ็กซ์เรย์โนลด์โค้ชทีมอาแจกซ์เป็นผู้ริเริ่มแต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จและไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่นักเนื่องจากนักเตะยังขาดความเข้าใจและประสบการณ์การเล่นแบบใหม่อยู่มาก แทคติกนี้ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แทคติกที่สามารถใช้ได้ทั้งเกมรับและเกมรุกซึ่งการจะทำให้แผนนี้สำเร็จได้ผู้เล่นจึงจำเป็นที่ต้องรู้หน้าที่ตำแหน่งบทบาทในแต่ล่ะพื้นที่และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอเนื่องจากไม่มีใครที่ยืนตำแหน่งตายตัวการทำให้รูปเกมมีความไหลลื่นและเคลื่อนที่ให้ศูนย์เปล่าน้อยที่สุดจึงเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งในตอนนั้นนักเตะยังขาดความเข้าใจในจุดนี้อยู่

ยุคเฟื่องฟู อาแจ๊กซ์เริ่มใช้ระบบการฝึกฝนและเพิ่มแนวคิดแบบTotalFootballให้กับทีมเยาวชนของสโมสรจนมาออกดอกดอกผลในยุคของรีนัสมีเชลที่ได้ปรับปรุงแทคติกให้ดียิ่งขึ้นประกอบกับนักเตะในทีมเริ่มมีความเข้าใจและคุ้นชินกับแทคติกใหม่นี้แล้วเขาจึงได้ด้ส่งไม้ต่อให้กับตำนานนักเตะเทวดาของสโมสรอย่างโยฮันครัฟฟ์เป็นผู้สืบทอดและครัฟฟ์ก็ไม่ทำให้ผิดหวังพาทัพอาแจกซ์สร้างตำนานบทใหม่ที่มีTotalFootballฉบับสมบูรณ์เป็นจุดศูนย์กลางพร้อมกวาดถ้วยแชมป์มากมาย

8แชมป์ลีก3แชมป์ยูโรเปี้ยนแชมเปี้ยนชิพและ3อินเตอร์คอนคิเนนทัลชิฟถือเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จและประสิทธิภาพของTotalFootballได้เป็นอย่างดีจนทำให้อาแจ็กซ์ในยุคครัฟฟ์ถูกยกย่องว่าเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในโลกทีมหนึ่งในช่วงเวลานั้นนอกจากนี้สไตล์การเล่นTotalFootballของครัฟฟ์ยังถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทัพเนเธอร์แลนด์ผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในปี1974ได้อีกด้วยถึงแม้ว่าสุดท้ายจะพ่ายให้กับทัพอินทรีเหล็กไปอย่างน่าเสียดายด้วยสกอร์2ประตูต่อ1

ข้อดี-ข้อเสียของTotalFootball การเล่นแบบTotalFootballเป็นการเล่นแบบกดดันคู่แข่งทำให้คู่แข่งคุมจังหวะเกมและรับมือได้ยากแต่ถึงแม้จะเป็นแผนที่ดีแต่แทคติกนี้กลับไม่ได้รับความนิยมมากนักเพราะต้องอาศัยการวางพื้นฐานการเล่นเป็นเวลานานรวมไปถึงต้องอาศัยนักเตะที่มีความเข้าใจในเกมสูงจึงไม่ค่อยเหมาะสมกับการแข่งขันที่เน้นผลการแข็งขันเหมือนปัจจุบัน



5. Tiki-takaมนต์เสน่ห์ของฟุตบอล

ถ้าเอ่ยชื่อแทคติกนี้ออกไปทีมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือบาร์โซเลน่าเจ้าบุญทุ่มแห่งศึกลาลีกาสเปนที่มีปรัญชาสโมสรว่า‘เล่นให้น่าดูเน้นเกมบุกและคว้าความสำเร็จให้ได้’แทคติกติกี้-ตาก้าจึงเหมือนเป็นแทคกติกที่ตอบโจทย์สัญลักษณ์สโมสรและกลายเป็นอีกหนึ่งแทคติกที่ทำให้คนดูรู้สึกเพลิดเพลินทุกครั้งเมื่อได้เห็นการเล่นของพวกเข้า

‘ส่งเคาะขยับหาพื้น’‘ส่งเคาะขยับหาพื้น’หลักการง่ายๆที่ดูเหมือนวนลูปนี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้‘Tiki-taka’เป็นแทคติกที่ดูง่ายที่สุดแต่กลับนำมาใช้จริงอยากที่สุดเพราะถือเป็นแทคติกที่รวดเร็วมีการขยับเคลื่อนไหวหาช่องทำให้นักเตะต้องประเมินตำแหน่งเพื่อนร่วมทีมทิศทางที่จะขยับล่วงหน้าร่วมไปถึงคู่แข่งที่พร้อมจะเข้ามาแย่งบอลอยู่ตลอดเวลา

ที่มาของแท็กติก แนวทางการเล่นแบบติกี้-ตาก้านั้นมีมาตั้งแต่ใช่ช่วงยุค1930sโดยทีมอย่างFCSchalke04ที่ใช้แท็กติกSchalkespinningtopโดนเน้นการจ่ายส่งบอลที่รวดร็วและพาทีมกวาดรางวัลมาแล้วมากมายหรือจะเป็นTotalFootballของโยฮันครัฟฟ์ที่ถือเป็นอีกหนึ่งผู้วางระบบTiki-takaก็มีแนวทางการเล่นคล้ายๆกับTiki-takaทั้งสิ้น

แต่สิ่งที่ทำให้ติกี้-ตาก้าแตกต่างจากแทคติกข้างต้นคือหลักการที่เน้นการครองบอลแบบส่งต่อปเรื่อยๆไม่รีบร้อนส่งขึ้นหน้ารอโอกาสหาช่องว่างเพื่อเจาะเข้าทำประตูทำให้แทคติกนี้เป็นแทคติกที่มีเปอร์เซนต์การครองบอลสูงและผู้ใช้สามารถกำหนดทิศทางของเกมได้

ยุคเฟื่องฟู แม้แทคติกการเล่นสไตล์ต่อบอลเร็วถูกใช้มาเรื่อยๆแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักจนมาถึงยุคของเป๊ปกวาร์ดิโอล่ากุนซือของทีมบาร์เซโลน่าชุดสำรองได้เข้ามารับบังเหียนต่อจากแฟรงค์ไรการ์ดและได้ผลักดันผู้เล่นจากลามาเซีย(ศูนย์ฝึกเยาวชนของบาร์เซโลน่า)อาทิชาบี้,อิเนสต้า,ฟาเบรกัส,เปโดรม,หรือดาวเตะที่ไม่ใช่สัญชาติสเปนเมสซี่มาเป็นแกนหลักของทีมภายใต้แทกติกTiki-takaที่ผ่านการปรับปรุงและพัฒนาการเล่นสไตล์นี้มาโดยตลอดทำให้การเล่นของบาร์เซโลน่าในยุคเป๊ปเป็นการเล่นที่ไม่ใช่แค่ปรัญชาอีกต่อไป

บาร์ซ่าภายใต้แท็กติกTiki-takaเดินหน้าคว้าแชมป์มากมายและได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในทีมที่สุดของโลกนอกจากนี้ด้วยแท็กติกสไตล์Tiki-takaนี่เองที่ทำให้ทีมชาติสเปนภายใต้การคุมทีมของบิเซนเต้เดลบอลเก้คว้าแชมป์ยูโรได้ถึง2สมัยในปี2008และ2012รวมไปแชมป์ฟุตบอลโลก1สมัยในปี2010

ข้อดี-ข้อเสียของTiki-taka Tiki-takaถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แทคติกที่มีข้อเสียหน่อยด้วยประสิทธิภาพที่สามารถควบคุมได้ทั้งจังหวะเกมรุก-เกมรับเรียกได้ว่าเป็นแผนที่ทำให้คู่แข็งปวดหัวและรับมือยากแต่อย่างไรก็ตามการเล่นแบบTiki-takaถือเป็นแทคติกที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะมิดฟิลด์แดนกลางมากกว่าแทคติกอื่นๆยิ่งนักเตะสามารถเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมและมีเซนต์ในการจ่ายบอลเท่าไหร่แผนนี้ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ถ้าจ่ายบอลพลาดบ่อยๆแผนนี้ก็จะไร้ประสิทธิภาพไปเลย


สรุปแผนการแทติกต่างๆ

จะเห็นได้ว่าไม่มีแทคติกไหนที่ดีที่สุดและไม่มีแทคติกไหนที่แย่ที่สุดแทคติกสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาทีมที่ถนัดเล่นเกมรุกในวันนี้อนาคตอาจจะถนัดเล่นเกมรับโค้ชของแต่ละทีมจึงมีหน้าที่สรรสร้างและวางแผนแทคติกที่เหมาะที่สุดให้กับทีมในเวลานั้นโดยอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดส่วนผู้เล่นก็ต้องดึงประสิทธิภาพของแทคติกที่โค้ชวางไว้ออกมาให้ได้มากที่สุด


และนี่คือคำตอบของผมสำหรับ‘ชัยชนะ’ของผมและผมก็คิดว่านี่แหละคือเสน่ห์ของฟุตบอล แล้วคุณล่ะคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชัยชนะ? สนใจอ่านบทความฟุตบอลและข่าวสโมสรฟุตบอลต่างๆเชิญที่ nova88